จุดเริ่มต้นและเส้นทางของใยหิน ROCKWOOL

ตั้งแต่เริ่มแรกของการผลิตเส้นใยที่มาจากหินในปี 1937 จนถึง การนำเสนอทางเลือกใหม่ที่หลากหลายของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ROCKWOOL ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ทันสมัยในหลาย ๆ ด้าน

แรงบันดาลใจจากการสังเกตุ

1935 Finn Henriksen บุตรชายของ H. J. Henriksen ได้รับแรงบันดาลใจจากการไปท่องเที่ยวแล้วเห็นเส้นใยหินที่เกิดจากการเย็นตัวลงของลาวาที่ไหลมาจากการปะทุของภูเขาไฟระหว่างการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเขาก็เดินทางกลับไปยังประเทศเดนมาร์ก แล้วเริ่มคิดค้นการผลิตเส้นใยหินภูเขาไฟครั้งแรก

  • จุดเริ่มต้นของการผลิตใยหิน
Finn Henriksen หนึ่งในผู้ก่อตั้งการผลิตฉนวนใยหินภูเขาไฟ ROCKWOOL
Finn Henriksen หนึ่งในผู้ก่อตั้งการผลิตฉนวนใยหินภูเขาไฟ ROCKWOOL

1935 Finn Henriksen และ H. J. Henrikse ได้นำเอาเทคโนโลยีของ Valdemar Kähler เพื่อใช้ในการผลิตเส้นใยหินภูเขาไฟ หมายความว่า การผลิตฉนวนใยหินภูเขาไฟนี้มีจุดเริ่มต้นจากสองครอบครัวระหว่าง Henriksen และ Kähler โดยใช้เงินลงทุนก้อนแรก 50,000 USD เพื่อขออนุญาตในการผลิตเส้นใยหินจาก Baldwin-Hill ในประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน เยอรมัน รวมถึงรัฐนิวเจอร์ซี และ ในบอลด์วินฮิลล์ รัฐลอสเอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และเขาทั้งสามได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท I/S Henriksen and Kähler เพื่อผลิตเส้นใยหินโดยการเลียนแบบการปะทุของหินภูเขาไฟ ผ่านการใช้เครื่องจักรไอน้ำเพื่อทำการปั่นหินเป็นเส้นใย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ตลอดระยะเวลา 17 ปี

  • พัฒนาการของเส้นใย และ การผลิต

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาการผลิตใยหินอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะประสบกับความท้าทายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่โรงงานในเมืองเฮเดฮูเซน ประเทศเดนมาร์ก หลังจากที่เพิ่งสร้างในปี 1937 ได้แค่ 1 ปี แต่บริษัทเราก็ได้ทำการสร้างโรงงานขึ้นมาใหม่ภายในปี 1938 และด้วยศักยภาพในการผลิตของเราที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ภายในปี 1939 เราสามารถผลิตได้มากถึง 2,000 ตันต่อปี และในระหว่างนั้นเรายังมีการขยายฐานการผลิตไปยังในเมืองสโกวเดน ประเทศสวีเดน และ เมืองลาร์วิก ในประเทศนอร์เวย์ และในปี 1948 ROCKWOOL ได้รับใบอนุญาตจาก บอลด์วินฮิลล์ ในการเพิ่มเครื่องปั่นใยหินในกระบวการผลิต ทำให้เราสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เราที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถขยายตลาดออกไปอย่างมาก และนี่คือการวางรากฐานอย่างมั่นคงของผลิตภัณฑ์สืบต่อมาในปัจจุบัน

เครื่องปั่นใยหินในกระบวการผลิต ที่สามารถพัฒนาฉนวนใยหินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เครื่องปั่นใยหินในกระบวการผลิต ที่สามารถพัฒนาฉนวนใยหินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กระบวนการผลิตฉนวนใยหินภูเขาไฟ ROCKWOOL
กระบวนการผลิตฉนวนใยหินภูเขาไฟ ROCKWOOL
  • ความท้าทายในการจัดการ
Jorgensen
Jorgensen

1940 ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดวิกฤตการณ์ด้านวัตถุดิบ Jørgensen ได้ทำการใช้ถ่านหินพีทแทนการใช้น้ำมันที่ขาดแคลน รวมถึงการใช้ใยกระดาษแทนผ้าฝ้าย ซึ่งใช้สำหรับห่อเส้นใยฉนวน

นวัตกรรม และ การเติบโตของ ROCKWOOL

• นวัตกรรม และ การริเริ่ม

กลุ่มพนักงาน ROCKWOOL
กลุ่มพนักงาน ROCKWOOL
Verner Palmquist ผู้อำนวยการด้านเทคนิค และ หัวหน้าแผนกงานวิจัยและพัฒนา
Verner Palmquist ผู้อำนวยการด้านเทคนิค และ หัวหน้าแผนกงานวิจัยและพัฒนา
Gustav Kähler กรรมการผู้จัดการ ในปี 1948
Gustav Kähler กรรมการผู้จัดการ ในปี 1948

1948  Verner Palmquist ชายผู้หนึ่งที่เป็นเพียงช่างไฟ และเริ่มต้นการทำงานที่ ROCKWOOL ในปี 1941 – 1985 ได้มีการคิดค้นและพัฒนาวิธีในการขึ้นรูปจากเส้นใยที่ฟูปกติให้กลายเป็นแผ่น โดยใช้วิธีการบีบอัดเส้นใยให้เป็นแผ่นด้วยการผสมสารยึดเกาะ จนกระทั่งได้รับใบอนุญาตของ Baldwin Hill และด้วยความใฝ่รู้ และกระตือรือร้นของ Verner Palmquist ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ROCKWOOL และ ขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการด้านเทคนิค และ หัวหน้าแผนกงานวิจัยและพัฒนา ภายใต้การบริหารงานของ Gustav Kähler ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ในปี 1948 และ ลูกชายของเขา รองผู้อำนวยการด้านการจัดการ Claus Kähle ซึ่ง ณ เวลานั้นมีพนักงานรวมทั้งสิ้น 82 คน และ ต่อมาในปี 1958 Claus Kähle ก็ก้าวขึ้นไปสู่ประธานกรรมการบริหาร ในบริษัทที่ปู่ของเขา คือ Valdmar Kähler เป็นหุ้นส่วน

  • วิวัฒนาการ และ การพัฒนาเทคโนโลยี
Claus Kähle
Claus Kähle
  • 1948 ROCKWOOL ได้ขยายโดยการเปิดสาขาที่สแกนดิเนเวีย แห่งแรกในประเทศเยอรมัน สองปีถัดมา Claus Kähle ได้ทำการตั้งหน่วยงานการผลิตแยกส่วนออกมา และ ทำการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคตของบริษัท
  • 1952 ROCKWOOL ได้เข้าซื้อใบอนุญาตของ Johns Manville ในประเทศสหรัฐเพื่อใช้เครื่องปั่นหินหรือ spinner สำหรับการปั่นเส้นใย กระบวนการนี้ใช้หิน Diabase หรือหินอัคนีเนื้อละเอียดแทนการใช้ Slag หรือตะกรัน ส่งผลให้คุณภาพของเส้นใยเพิ่มมากขึ้น และรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
  • 1953 ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยการใช้ spinner ที่มี 4 ล้อซึ่งสามารถเพิ่มการผลิตจากเดิมในปี 1950 ที่มีกำลังการผลิตที่ 0.6 ตันต่อชั่วโมง เพิ่มเป็นมากกว่า 20 ตันต่อชั่วโมง
  • 1954 นับเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือการเพิ่มสารยึดเกาะเข้าไปทำให้เกิด
  • 1957 ROCKWOOL ได้ก่อตั้งแผนกวิศวกรรมประกอบด้วยสมาชิกรวม 5 คนในการ พัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จของ ROCKWOOL
  • 1958 Claus Kähler (ลูก) ได้ทำการย้ายสำนักงานใหญ่จาก Korsør ไปยัง Hedehusene และเปิดโรงงานแห่งที่สองที่เมือง Trondheim ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เขาได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร นานถึง 22 ปี
  • 1959 ROCKWOOL ได้รับสิทธิบัตรซึ่งครอบคลุมสำหรับการผลิตฉนวนหุ้มท่อ
ทีมวิศวกรของ ROCKWOOL ในการพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยี
ทีมวิศวกรของ ROCKWOOL ในการพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยี

จุดกำเนิดของ ROCKWOOL และการแยกกิจการของครอบครัว Kähler และ ครอบครัว Henriksen

  • เส้นทางการเติบโตทางธุรกิจของ ROCKWOOL
Kähler
Kähler
โรงงานผลิตฉนวนใยหิน ROCKWOOL
โรงงานผลิตฉนวนใยหิน ROCKWOOL

  • 1962 ครอบครัว Kähler และครอบครัว Henriksen ตกลงที่จะทำการแยกกิจการและจัดตั้งบริษัทใหม่สองแห่ง ตามข้อเสนอของ Jens Nørgaard ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น CFO ณ เวลานั้น เขาได้เสนอให้มีการแบ่งกิจการออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ ธุรกิจบ่อทราย คอนกรีตมวลเบา และ กระเบื้อง ทางฝั่งครอบครัว Henriksen ได้ทำการเลือกกลุ่มธุรกิจที่ต้องการ และ ในวันที่ 1 มกราคม 1962 ครอบครัว Kähler ได้ทำการจัดตั้งบริษัท I/S Kähler & Co. ซึ่งรับผิดชอบกลุ่มธุรกิจในเครือ ROCKWOOL ทั้งหมด โดยมีการจัดตั้งบริษัทย่อย และ เป็นเข้าถือหุ้นกิจการบางส่วนที่ประเทศเดนมาร์ก ประเทศนอร์เวย์ ประเทศสวีเดน และ ประเทศเยอรมัน
  • 1962 ธุรกิจที่โตเป็นอันดับที่สองของกิจกรรมในกลุ่ม ROCKWOOL คือ ธุรกิจฉนวนกันเสียงภายใต้แบรนด์ Rockfon
  • 1965 มีการขยายกิจการอย่างต่อเนื่องด้วยการเข้าซื้อโรงงานในรัฐมอสส์ ประเทศนอร์เวย์ ปีถัดมาได้ทำการเปิดโรงงานในกรีนฟิลด์ ที่ Vamdrup ประเทศเดนมาร์ก
  • Tom Kähler คลื่นลูกใหม่ในการสืบทอดกิจการ

ในปี 1978 Tom Kähler ได้เริ่มทำงานในองค์กรใหม่นี้ และ ปี 1987 เขาได้ดำรงตำแหน่ง CEO จนถึงปี 2004 ต่อจาก Eelco van Heel จากนั้นเขาได้ขึ้นเป็นประธานบอร์ดบริหารในปี 2004 ก่อนหน้าที่ Tom จะเข้าร่วมกับ ROCKWOOL เขามีประสบการณ์ในการทำงานในบริษัทอื่นหลังจากที่เรียนจบด้านวิศวกรอยู่บ้าง ทั้งยังเคยร่วมก่อตั้งบริษัท Ecoterm ร่วมกับลูกพี่ลูกน้องเขา และบทบาทสำคัญของเขาในการนำทัพในฐานะ CEO ของกลุ่มบริษัท ROCKWOOL คือการทำให้ ROCKWOOL ก้าวเข้าสู่ผู้ประกอบการด้านฉนวนในระดับโลก โดยการขยายธุรกิจ ROCKWOOL Group อย่างต่อเนื่องในทั่วโลก ทั้งในประเทศแคนาดา การเข้าสู่ตลาดฉนวนใยหินในทวีปอเมริกาเหนือเป็นครั้งแรก ทั้งยังเริ่มขยายธุรกิจในปี 1987 ไปยังประเทศรัสเซีย และ ทวีปเอเชีย มีการเพิ่มโรงงานการผลิตจาก 6 แห่งเป็น 14 แห่ง

  • นวัตกรรม แนวคิด และ การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งในหลาย ๆ มิติ

2 เมษายน 1968 O. Bagge Olsen ผู้เชี่ยวชาญในการปลูกพืชสวน จากมหาวิทยาลัยด้านเกษตร ประเทศเดนมาร์ก (Landbohøjskolen) ได้พบและพูดคุยกับพนักงาน ROCKWOOL เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับการนำเอาใยหินมาใช้เพื่อเป็นปุ๋ยให้กับพืชจำพวกมอส และปีถัดมา O. Bagge Olsen ก็ได้ทำการค้นพบว่าใยหินกับพืชมีความสัมพันธ์กันเนื่องจากพืชสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีหินบะซอลต์จำนวนมากในดิน จึงเกิดมีความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกัน และ การทดลองในการปลูกแตงกวา Viggo Nielsen และทั้งหมดคือรากฐานของธุรกิจ Grodan ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ Grodan มีมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

1969 ปีเดียวกัน บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 26 เปอร์เซ็นต์ และลงนามในข้อตกลงสิทธิบัตรกับ FLUMROCAGG ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

แผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของ ROCKWOOL
แผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของ ROCKWOOL

1970 แผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเส้นใยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงค้นหาแนวทางใหม่ ๆ เพิ่มประสิทธิภาพ และ การพัฒนานี้เองจึงส่งผลให้ เส้นใย สามารถนำมาใช้แทนที่วัสดุที่ผลิตมาจากแร่ใยหิน เช่น บิทูเมน (คล้ายกับยางมะตอย) กาว หรือ ตัวยึด

1974 มีการเปิดตัวเส้นใยที่มาจากหิน ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับทศวรรษ 70 และถือเป็นนัยสำคัญในการสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของ ROCKWOOL ในความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาด้านความยั่งยืนที่นำเสนอสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

1979 การเริ่มต้นแนวคิดวัฏจักรการหมุนเวียน การพัฒนาเครื่องปั่นเส้นใยในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และ นำไปสู่แนวคิดการนำกลับไปใช้ใหม่ของ ROCKWOOL 1979 คนงานในเมือง Hedehusene ค้นพบว่าฉนวนใยหินภูเขาไฟสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หากนำมาบดผสมเป็นก้อน ซึ่งเป็นรากฐานของแนวคิด การหมุนเวียน โดยการพัฒนาให้ครอบคลุมวงจรของอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยการนำของเสียหรือของเหลือใช้ การนำขยะจากการก่อสร้าง หรือ เศษของเสียจากการรื้อถอนกลับมาใช้ใหม่

1980 มีการพัฒนาคุณสมบัติของเส้นใยให้มีความคงตัวในอุณหภูมิที่สูงขึ้นที่ผลิตโดยการใช้เครื่องปั่นเส้นใยที่เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาในปี 1970 เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาด

ในช่วง 1978 – 1980 วิกฤตน้ำมันครั้งที่ 2 ROCKWOOL ได้มีโครงการสร้างบ้าน Hjortekaer ประหยัดพลังงานขึ้นในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการออกแบบอย่างพิถีพิถัน รวมถึงการใช้ฉนวนกันความร้อนที่ดี ช่วยลดการใช้พลังงานของอาคารลงเหลือหนึ่งในสิบของมาตรฐานร่วมสมัย

ระหว่างปี 1980 – 1988 กลุ่มบริษัท ROCKWOOL ยังได้ทำการผลิตชิ้นส่วนกันความร้อนภายใต้ชื่อ Rockfon ซึ่งใช้สำหรับกันเสียงเพื่อใช้ในเครื่องดูดฝุ่น ฉนวนกันความร้อนในเตาอบก๊าซธรรมชาติ ไฟส่องสว่างในเรือ และนี่คือจุดเริ่มต้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เราเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ เช่น เพดานกันเสียง แผ่นผนังอาคาร และ ทางเลือกใหม่ในการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

มาตรฐานและการรับรองด้านความปลอดภัย และ สุขภาพของผลิตภัณฑ์ ROCKWOOL ในปี 2001หน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) ได้ทำการจำแนกประเภทฉนวนใยหินให้อยู่ในกลุ่ม 3 คือ ไม่จัดเป็นประเภทสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เนื่องจากเส้นใยของฉนวนใยหินมีความสามารถในการละลายได้ทางชีวภาพสูงจึงได้รับการประเมินว่าปราศจากสารก่อมะเร็ง 

  • การเดินทางของ ROCKWOOL
ประวัติของ ROCKWOOL
ประวัติของ ROCKWOOL
  • ปี 1935 มีการจดสิทธิบัตรในการผลิตและจำหน่ายฉนวนหินภูเขาไฟที่ใช้สำหรับกลุ่มสแกนดิเนเวีย หลังจากนั้น ปี 1936 เริ่มมีการดำเนินการผลิตครั้งแรก
  • ปี 1951 มีการก่อตั้ง Deutsche ROCKWOOL ประเทศเยอรมนี และ เริ่มการผลิตที่โรงงานแห่งแรกที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ในปี 1954
  • ปี 1970 เกิดวิกฤตการณ์น้ำมันขึ้นส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนเริ่มหันมามองตัวช่วยในการประหยัดพลังงาน ส่งผลให้ยอดขายฉนวนใยหินภูเขาไฟร็อควูลสำหรับอาคาร บ้านพักอาศัยเพิ่มขึ้นจาก 360,000 DKK เป็น 1.6 พันล้าน DKK ภายใน 9 ปี
  • ปี 1970 มีการควบรวมกิจการโดยหุ้น 50% ของ Nederlandse Steewolfabrik ในเมือง Roermond ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ ปี 1975 มีการซื้อส่วนที่เหลืออีก 50 เปอร์เซ็นต์
  • ปี1976 เป็นปีที่ ROCKWOOL มีพัฒนาในการขยายธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ และมีการจัดตั้ง บริษัท ROCKWOOL International A/S เพื่อดูและกิจการทั้งหมดในกลุ่มของ ROCKWOOL
  • ปี 1977 โรงงานในเมือง Doense เริ่มดำเนินการ
  • ปี 1978 บริษัทย่อย Grodanina และ Rockfon ได้รับการจัดตั้งขึ้น
  • ปลายทศวรรษปี 1979 ได้เห็นการก่อตั้งบริษัท ROCKWOOL Limited ในบริดเจนด์สหราชอาณาจักร
  • ปี 1980 ROCKWOOL Insulation S.A. ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมีสำนักงานขายใน กรุงปารีส และ มีโรงงานผลิตใน Saint-Eloyles-Mines
มูลนิธิร็อควูล
มูลนิธิร็อควูล
  • ปี 1981 มีการจัดตั้งมูลนิธิ ROCKWOOL ขึ้นโดย Claus Kähler (ลูก) และ พี่น้องอีก 5 คน ซึ่งแต่ละคนได้บริจาคหุ้นส่วนที่ตนเองถือครอง โดยให้มูลนิธิถือครองหุ้น 25% จากทั้งหมด ซึ่งถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และมีส่วนสำคัญในการพัฒนากลุ่มร็อควูลในอนาคต มูลนิธินี้นับเป็นองค์กรอิสระที่สามารถพึ่งพาตนเองทางการเงินได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ในการแก้ปัญหาสังคมที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน โดยมีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางทางสังคมและเศรษฐกิจ มุ่งเน้นในประเด็นด้านความยั่งยืนของสังคม
  • ปี 1985 มีการซื้อกิจการโรงงานใน Hiltryp ประเทศเยอรมนี และ ก่อตั้งสำนักงานขายในประเทศออสเตรีย ถัดมาในปี 1989 ประเทศอิตาลี และ ประเทศสเปน
  • ปี 1985 มีการก่อตั้งบริษัท CONROCK A/S เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน การพัฒนา และ การทำการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีวัตถุประสงค์นอกเหนือจากฉนวนกันความร้อน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ในเครือของ CONROCK ประกอบด้วย Conlit เพื่อใช้ป้องกันอัคคีภัยภายในอาคาร และ Rocklit ปัจจุบันคือ Rockpanel แบบแผ่นที่มีความหนาแน่นสูง และมีการใช้เครื่องปั่นเส้นใยในประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่อมาได้ก่อตั้ง Lapinus Fibers หรือปัจจุบันคือ Lapinus ซึ่งมีนวัตกรรมใหม่ที่ใช้ในการจัดการกับความท้าทายใหม่ ๆ เช่น การจัดการน้ำในเมือง
  • ปี 1988 โรงงานแห่งแรกในอเมริกาเหนือได้รวมกับ Ontario ประเทศแคนาดา เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการขยายตลาดภูมิภาคนี้ในอนาคต
  • ปี 1989 มีการก่อตั้ง ROXSUL Inc. ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา
  • ปี 1990 มีการสร้างโรงงานผลิตอีก 4 แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา และ ในประเทศแคนาดา
  • ปี 1991 มีการซื้อกิจการโรงงานในประเทศเยอรมนีตะวันออก
  • ปี 1992 มีการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ด้านเทคโนโลยี ซึ่งรับผิดชอบในการประสานงานระดับโลกในด้าน การผลิต สิ่งแวดล้อม การลงทุนด้านการขนส่ง การวิจัยและพัฒนา บรรทัดฐานและมาตรฐาน สิทธิบัตร รวมถึงวิศวกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบ และ การก่อสร้างอุปกรณ์การผลิต สายการผลิต และ โรงงาน ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับความเป็นผู้นำระดับโลกของร็อควูลด้านฉนวนใยหิน โดยมีค่านิยมหลัก หรือจุดเริ่มต้นแนวคิดในการใช้ฉนวนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ ROCKWOOL เริ่มต้นในปี 1992 โดยมีการทำข้อตกลงโตเกียว ซึ่งถือกำเนิดจากอนุสัญญาสหประชาชาติที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) หรือที่รู้จักในนาม Earth Summit ฉบับแรกระหว่างประเทศต่าง ๆ  เพื่อกำหนดให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละประเทศ รวมถึงประเด็นเรื่องวิธีการลดการใช้พลังงาน และ การพึ่งพาพลังงานได้ถูกนำมาอภิปรายในสหภาพยุโรป และได้มีการบันทึกว่า 40.3% ของการใช้พลังงานทั้งหมดเกิดจากอาคาร
  • ปี 1992 เป็นปีที่เริ่มต้นในการผลิต Rockfon ที่เมือง Saint-Eloy-les-Mines ประเทศฝรั่งเศส
  • ปี 1993 และ 1995 มีการซื้อกิจการโรงงานสองแห่งในประเทศโปแลนด์
  • ปี 1996 กลุ่มบริษัท ร็อควูลได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์โคเปนเฮเกน
  • ปี 1997 มีการก่อตั้ง Rockdelta ขึ้นเพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ในการควบคุมการสั่นสะเทือน และ เสียงรบกวน รวมถึงมีการซื้อกิจการโรงงานใน Cigacice Malkinia และ Hungary
  • ปี 1998 มีการซื้อกิจการโรงงานใน Bohumin สาธารณรัฐเช็ก
  • ปี 1996 ROCKWOOL International เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ Nasdaq Copenhagen ซึ่งมีการจดทะเบียนหุ้นเป็น 2 ประเภท คือ ROCKWOOL A และ ROCKWOOL B ซึ่งหุ้น A มีคะแนนเสียง 10 หุ้น ได้ 1สิทธิ์ ในขณะที่ B มี 1หุ้น  1 สิทธิ์ในการลงคะแนนเสียง และมีมูลนิธิร็อควูลเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
  • ปี 1999 มีการซื้อกิจการโรงงานในประเทศรัสเซีย และ ในปีเดียวกันก็เข้าซื้อกิจการโรงงานในประเทศแคนาดาที่ Grand Forks และ โรงงานในประเทศอิตาลีที่ Sardinia
  • ปี 2000 เข้าซื้อกิจการโรงงานใน มะละกา ประเทศมาเลเซีย และ โรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใน Caparosso ในประเทศสเปน
  • ปี 2004 เข้าซื้อกิจการโรงงานใน Isolyth ที่ประเทศฮังการี และ เข้าซื้ออาคารใน Vyborg ประเทศรัสเซียเพื่อสร้างโรงงานผลิต
  • ปี 2005 เริ่มสร้างโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศโครเอเชีย
  • ปี 2006 มีการเปิดตัวโรงงานแห่งใหม่ในเมือง Cigacice ประเทศโปแลนด์
  • ปี 2008 ได้มีการสร้างโรงงานแห่งใหม่ในรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย
  • ปี 2010 เข้าซื้อกิจการโรงงานใน Troitsk ประเทศรัสเซีย และ เข้าซื้อกิจการฉนวนในทวีปเอเชียจากกลุ่มบริษัท Australian ทำให้เกิดการได้มาซึ่งโรงงาน CSR Bradfod ในประเทศจีน ประเทศมาเลเซีย และ ประเทศไทย และมีการจัดตั้งองค์กร ROCKWOOL Asia ในภูมิภาคเอเชีย และ ในปีเดียวกันได้มีการพัฒนาธุรกิจระบบฉนวนกันความร้อนภายนอก (ETICS)
  • ปี 2011 มีการเข้าซื้อกิจการ FAST ผู้ผลิตระบบ ETICS ที่เป็นเจ้าของระบบผนัง HECK และมีการสร้างโรงงานในเมือง Dahej ประเทศอินเดีย
  • ปี 2012 มีการสร้างโรงงานแห่งใหม่ใน Elabua ประเทศรัสเซีย
  • ปี 2014 เข้าซื้อกิจการ the American ceiling grid producer Chicago Metallic และ the German ETICS system holder HECK Wall Systems รวมถึงมีการสร้างโรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใน Mississippi ประเทศสหรัฐอเมริก
Jens Birgersson, CEO กลุ่มบริษัท ROCKWOOL
Jens Birgersson, CEO กลุ่มบริษัท ROCKWOOL
  • ปี 2015 มีการแต่งตั้ง Jens Birgersson ขึ้นเป็น CEO ของกลุ่มบริษัท ROCKWOOL โดยมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพทางธุรกิจ รวมถึงการเปิดตัวและการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่หลากหลายในวงกว้าง เพื่อแสดงบทบาทและความรับผิดชอบขององค์กร ลดความซับซ้อนในการบริหารงาน ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เป็นจุดแข็งของเราซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบทั้งในแนวทางปฏิบัติและกลยุทธ์ และเน้นให้ความสำคัญกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น
  • ปี 2016 กลุ่มบริษัทได้เปิดตัววัตถุประสงค์ใหม่ คือ การปลดปล่อยพลังธรรมชาติของหิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ทันสมัย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการมีส่วนร่วมของเราในการรับมือกับความท้าทายในการพัฒนาที่พักอาศัยสมัยใหม่ การใช้หินซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของโลก ทำให้เรายังคงส่งต่อความยั่งยืนไปรุ่นสู่รุ่นได้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหน ตั้งแต่พื้นดิน ห้องเรียน สนามกีฬา ไปจนถึงสถานที่สำคัญ ทุก ๆ คนต้องการพื้นที่เพื่อสานฝันที่ยิ่งใหญ่ และ ทำให้โลกนี้กลายเป็นสถานที่ที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
  • ปี 2017 ได้มีการแถลงการณ์ในการสร้างโรงงานผลิตแห่งที่สองในรัฐเวสต์ เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และ เป็นปีที่เราเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี นับตั้งแต่ผู้ก่อตั้งของเราเริ่มผลิตเส้นใยหินภูเขาไฟในเมือง Hedehusen ในประเทศเดนมาร์ก และ ปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ และการดำเนินงานต่อเนื่องอย่างยาวนานในโลกธุรกิจ จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไม ROCKWOOL ถึงได้ทนทานนัก นั่นเป็นเพราะ วัตถุประสงค์ตั้งแต่แรกเริ่มในการก่อตั้ง คือ การปลดล็อกความลับของหินเพื่อนำมายกระดับคุณภาพชีวิตสมัยใหม่
แบรนด์ของเรา
แบรนด์ของเรา